Halal Thailand
 
หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่คลังความรู้

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด วิธีลดความอ้วน ภายใน 7 วัน วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ วิธีลดความอ้วนภายใน3วัน วิธีลดความอ้วนของผู้ชาย ภาษาอาหรับที่เจอบ่อย      คำง่ายๆภาษาอาหรับ    ศัพท์เกาหลีแบ่งเป็นหมวด    คำศัพท์เกาหลี เรียกญาติ    ศัพท์เกาหลีง่ายๆ     
   คำศัพท์ญี่ปุ่น เรียกญาติ    วันเดือนปีในภาษามลายู    การเขียนวันเดือนปีในภาษามลายู    ศัพท์ยาวี    ศัพท์ญี่ปุ่นแบ่งเป็นหมวด     ภาษาไทยน่ารู้    
สระ 32 ตัว    ซาร่า ปาทาน    ขวัญกมล ปาทาน    น.ส.ขวัญกมล ปาทาน     ศัพท์อาหรับที่เจอบ่อย ศัพท์ญี่ปุ่นง่ายๆ  

 


ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> สุขภาพ - การแพทย์ >> โรค
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
อาการโรคไส้เลื่อนลงอัณฑะ ยารักษาโรคไส้เลื่อน รูปภาพโรคไส้เลื่อน
คำค้น : อาการโรคไส้เลื่อนลงอัณฑะ , ยารักษาโรคไส้เลื่อน , รูปภาพโรคไส้เลื่อน

อาการโรคไส้เลื่อนลงอัณฑะ ยารักษาโรคไส้เลื่อน รูปภาพโรคไส้เลื่อน

               อาการโรคไส้เลื่อนลงอัณฑะ

ไส้เลื่อน

คำว่าไส้เลื่อนหมายถึงภาวะที่ลำไส้ได้เคลื่อนที่ออกจากช่องท้องมาสู่ภายนอก เช่นบริเวณขาหนีบ หรืออาจจะเลื่อนมาในตำแหน่งรอยผ่าตัด

ปกติอวัยวะเช่นลำไส้ ตับจะถูกปกคลุม โดยเยื่อหุ้มช่องท้องที่เรียกว่า peritonium และมีพังผืดหรือกล้ามเนื้อหุ้มอีกชั้น เพื่อป้องกันอวัยวะภายใน ปกติจะมีรูที่ให้ท่อรังไข่ และท่อนำเชื้อในผู้ชายผ่านทางรู เมื่อมีความอ่อนแอของพังผืด ไส้ก็จะเลื่อนออกมาที่ขาหนีบ ซึ่งมีสองชนิดคือ indirect inguinal  hernia และ direct inguinal  hernia

Indirect inguinal  hernia

ขณะที่เป็นตัวอ่อนในท้อง อัณฑะจะอยู่ในช่องท้อง เมื่ออายุครรภ์ได้ 7 สัปดาห์อัณฑะจะเคลื่อนที่ออกจากช่องท้องมาอยู่ในถุงอัณฑะ และรูหรือทางที่มันเคลื่อนที่จะปิด แต่เด็กผู้ชายบางคนทางเดินและรูมันไม่ปิดทำให้ลำไส้เคลื่อนสู่ถุงอัณฑะที่เราเรียกว่าไส้เลื่อนซึ่งมักจะพบในผู้ชาย สำหรับผู้หญิงก็เกิดโรคนี้ได้เหมือนกัน โดยรูที่เปิดเกิดจากเยื่อที่ยึดมดลูก round ligament มีการเคลื่อนตัวเหมือนอัณฑะ ไส้เลื่อนชนิดนี้พบบ่อยที่สุด

Direct inguinal  hernia

ลำไส้ไม่เคลื่อนออกจากช่องท้องบริเวณพังผืดที่หย่อนที่สุด โดยมีปัจจัยส่งเสริมคือมีความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น เช่นตับแข็งและมีน้ำในช่องท้อง หรือพวกถุงลมโป่งพองไอมากๆ

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นโรคไส้เลื่อน

ผู้ที่มีความดันในช่องท้องสูงเช่น การตั้งครรภ์ ไอเรื้อรัง คนอ้วน ท้องผูก ต่อมลูกหมากโตทำให้ต้องเบ่งเมื่อปัสสาวะ ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดไส้เลื่อน

อาการ

อาการที่สำคัญสำหรับไส้เลื่อนทั้งสองชนิดได้แก่ การที่มีก้อนที่บริเวณขาหนีบ ก้อนนี้จะโตขึ้นเวลายกของหนักหรือไอแรงๆจะทำให้ก้อนโผล่ออกมา และอาจจะได้ความรู้สึกมีเสียงเคลื่อนไหวของลำไส้เหมือนเวลาเราหิวข้าว เมื่อนอนลง หรือจับก้อนยัดเข้าไปในรูก้อนจะหายไป

โรคแทรกซ้อนของไส้เลื่อนที่สำคัญได้แก่

  • Incarcerated hernia เป็นภาวะที่ลำไส้เคลื่อนออกมาแล้วไม่สามารถดันกลับเข้าไปในช่องท้อง
  • Strangulated hernia เป็นภาวะที่ลำไส้ในถุงมีการบิดทำให้ลำไส้เกิดการขาดเลือดไปเลี้ยงและเกิดไส้เน่าตามมา ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องอย่างมากแรกๆจะปวดบิดๆ คลื่นไส้อาเจียน เมื่อลำไส้เน่าจะปวดทั้งท้องปวดมากจนต้องนอนนิ่งๆ การขยับตัวก็จะปวด มีไข้ บางรายอาจจะมีอาการความดันโลหิตต่ำ
  • Bowel obstruction เกิดเมื่ออุจาระไม่สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้นี้ไปได้ผู้ป่วยจะปวดท้องมวนๆ คลื่นไส้อาเจียน ท้องอืดไม่ผายลม

สำหรับผู้ที่เป็นไส้เลื่อนเมื่อมีอาการต่อไปนี้ให้พบแพทย์

  • ปวดบริเวณไส้เลื่อน
  • ก้อนนั้นไม่สามารถดันกลับเข้าไปในช่องท้อง
  • ปวดท้องและอาเจียนท้องอืด

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยทำได้ง่ายโดยการซักประวัติและการตรวจร่างกาย

การรักษา

การรักษาไส้เลื่อนทั้งสองชนิดทำได้โดยการผ่าตัด นำลำไส้กลับเข้าไปในช่องท้องและเย็บซ่อมรูหรือตำแหน่งที่ลำไส้ออกมา การผ่าตัดมักจะได้ผลดี

  • การผ่าตัดที่เรียกว่า  Herniorrhaphy ผ่าตัดบริเวณไส้เลื่อนเมื่อนำไส้กลับเข้าในช่องท้องแล้วก็เย็บซ่อมรูหรือจุดอ่อน คลิกดูรูป
  • การผ่าตัดที่เรียกว่า  Hernioplasty วิธีนี้จะใช้แผ่นสารสังเคราะห์เย็บปิดรูหรือจุดอ่อนคลิกดูรูป            

 

           Link   http://www.siamhealth.net

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


                 ยารักษาโรคไส้เลื่อน

โรคไส้เลื่อน(Hernia)
จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
              โรคไส้เลื่อน(Hernia) หมายถึง ภาวะที่ลำไส้เลื่อนออกนอกช่องท้องผ่านผนังช่องท้องที่บอบบาง ตำแหน่งที่ลำไส้จะเลื่อนออกนอกช่องท้องมีหลายแห่ง เช่น บริเวณขาหนีบ(Groin Hernia)ผนังหน้าท้อง(Abdominal Hernia) สะดือ(Umbilical Hernia) และ รอยแผลผ่าตัด(Incisional Hernia) เป็นต้น
              ลำไส้เลื่อนส่วนใหญ่จะพบที่บริเวณขาหนีบ ผนังช่องท้องบริเวณนี้มีหลายตำแหน่งที่ไส้เลื่อนออกนอกช่องท้องได้ ในผู้ชายส่วนมากลำไส้จะเลื่อนผ่านรูที่ช่องท้องที่มีลักษณะเป็นวงแหวน เข้าไปในถุงอัณฑะ(Indirect Inguinal Hernia) บางรายผ่านผนังช่องท้องออกมาที่ขาหนีบมีลักษณะนูนเป็นลำ บางรายผ่านผนังช่องท้องแต่ไม่นูนออกมาให้เห็นและคลำไม่ได้
อาการที่สำคัญสำหรับไส้เลื่อนนี้ได้แก่ การที่มีก้อนที่บริเวณขาหนีบ โดยก้อนนี้จะโตขึ้นเวลายกของหนักหรือไอแรงๆจะทำให้ก้อนโผล่ออกมา และอาจจะได้ความรู้สึกมีเสียงเคลื่อนไหวของลำไส้เหมือนเวลาเราหิวข้าว เมื่อนอนลง หรือจับก้อนยัดเข้าไปในรู ก้อนจะหายไป แต่ถ้าลำไส้ถูกรัดแน่นจะมีอาการปวดคล้ายในกรณีของลำไส้ตัน
สาเหตุของไส้เลื่อนนั้นส่วนมากเกิดจากความบอบบางของผนังช่องท้องในส่วนต่างๆของร่างกาย แต่บางรายเกิดความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด บางรายเกิดจากการผ่าตัด บางรายเกิดร่วมกับโรคอื่นๆที่ทำความดันในช่องท้องมากขึ้น เช่น คนไข้ที่มีน้ำในช่องท้องจากสาเหตุอื่น ดันให้ผนังท้องแยกออก หรือคนไข้ที่มีอาการไอเรื้อรัง หรือมีอาการท้องผูกเรื้อรัง เป็นต้น
ส่วนการรักษา ไส้เลื่อนยังใช้การผ่าตัดเป็นการรักษาหลัก เพื่อเอาลำไส้ส่วนที่เลื่อนออกนอกช่องท้องกลับเข้าที่และซ่อมผนังที่ผิดปกติให้แข็งแรงคงทนเพื่อไม่ให้ลำไส้เลื่อนออกไปได้อีก การรับประทานยาหรือฉีดยาไม่สามารถรักษาโรคไส้เลื่อนได้
ในปัจจุบันการผ่าตัดได้ก้าวหน้าไปมาก มีการใช้วัสดุที่คงทนแข็งแรงมาซ่อมแซมส่วนที่อ่อนแอ ทำให้มีโอกาสในการเป็นซ้ำลดลง นอกจากนี้เทคนิคในการผ่าตัดก็ยังทันสมัยและรวดเร็ว ซึ่งอาจจะไม่ต้องดมยาสลบ เพียงแต่ใช้ยาฉีดเข้าในไขสันหลังซึ่งจะทำให้ส่วนล่างของร่างกายชา ก็สามารถทำการผ่าตัดได้
แต่ในบางกรณีที่คนไข้ไม่สามารถรับการผ่าตัดได้ อาจจะใช้กางเกงรัดที่บริเวณขาหนีบเพื่อไม่ให้ลำไส้เลื่อนออกมาได้ ซึ่งอาจช่วยป้องกันผลแทรกซ้อนจากลำไส้อุดตันได้บ้าง สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ที่โรงพยาบาลทั่วไปหรือโรงพยาบาลศูนย์ ที่มีศัลยแพทย์ผ่าตัด
เรื่องของอาหาร ไม่มีอาหารชนิดใดห้ามกิน แต่บางสถาบันการแพทย์จะเน้นเรื่องอาหารที่ไม่ทำให้เกิดอาการท้องผูกเพราะจะต้องเบ่งอุจจาระ แต่ในกรณีนี้จะแนะนำในคนไข้ที่เกิดอาการภาวะไส้เลื่อนอย่างรุนแรง
ส่วนการออกกำลังกาย จะไม่มีข้อห้ามในกรณีการออกกำลังกายนั้นไม่ต้องใช้การเบ่งหรือการเกร็ง หรือการใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องเพื่อเพิ่มความดันในช่องท้อง เช่น ห้ามเด็ดขาดในการออกกำลังกายโดยการยกน้ำหนัก การ Situp ก็จะทำให้ต้นขาและขาหนีบทำงานมากขึ้น และในการ Situp บางจังหวะก็จะทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งไปทำให้ลำไส้มีโอกาสหลุดเลื่อนลงมาได้มาก
          (ข้อมูลจากคอลัมน์ "แพทย์บางกอก" ในนิตยสาร บางกอก ปีที่ ๕๐ ฉบับที่ ๒๕๖๔ ประจำวันที่ ๕  กรกฎาคม ๒๕๕๐)
      มีหลายคนสอบถามผมมาเกี่ยวกับโรคไส้เลื่อน ผมพยายามสืบเสาะหาค้นคว้าหาสมุนไพรและวิธีรักษาจากตำรับตำราและคุณหมอรวมไปถึงปราชญพื้นบ้านหลายคนมารวบรวมให้ได้ศึกษา บางคนมีอาการหายใจไม่เต็มปอดติดๆขัดๆที่ท้อง ท้องผูก เหมือนมีลมอยู่ที่ท้องเยอะ อัณฑะโตขึ้น เมื่อยกล้ามเนื้อหน้าท้องเเละร้า ท้องน้อยบวมมีสียง คลุกๆ เหมือนท้องร้อง รูสึกเหมือนมีของเหลวหรือก้อนไหลลงไปที่ข้างล่าง เจ็บๆอัณฑะ  เดินหรือวิ่งเเล้วเหมือนไส้จะลงไปข้างล่างเรื่อยๆ
     วิธีการรักษาให้ใช้ท่าโยคะ ยืนด้วยหัวเเละท่ายืนด้วยไหล่สองข้าง ทำท่านี้วันละ ๔๐ นาทีเช้า   ๒๐ นาที ก่อนนอน ๒๐ นาที เเละไปซื้อกางเกงsupporter มา ใส่ตอนวิ่งหรือเล่นกีฬา
    วิธีฝึกท่ายืนด้วยไหล่สองข้าง ( ลักษณะเหมือนตัวแอล L )

  • พับผ้าห่มสองถึง3ชั้น กว้าง 1-2 ฟุต ให้นอนโดยส่วนไหล่อยู่บนผ้าห่ม ศีรษะวางบนพื้น วางแขนไว้ข้างลำตัว
  • ชันเข่าขึ้นให้ส้นเท้าวางกับพื้นติดก้น ให้หายใจออก ใช้แขนและมือทั้งสองข้างกดบนพื้นยกสะโพกขึ้นพร้อมดึงเข่าไปทางศีรษะในท่าเข่างอ ทำให้ฝ่าเท้าไม่ติดพื้นต้นขาแนบลำตัว
  • หายใจเข้าช้าๆ ขณะหายใจออกยกก้นขึ้นจากพื้น แล้วยกหลังขึ้นจากพื้นจนเข่าทั้งสองข้างอยู่หน้าใบหน้า ใช้มือสองข้างประคองแผ่นหลังจนกระทั่งหลังตั้งฉากกับพื้น แล้วค่อยเลื่อนมือลงดันแผ่นหลังไว้
  • หายใจเข้าช้าๆ ขณะหายใจออกเหยียดเข่ายกปลายเท้าชี้บนเพดาน
  • ดันลำตัวขึ้นจนหน้าอกชิดกับคาง หน้าตั้งตรง
  • ให้คงท่านี้ไว้ 30 วินาทีสำหรับผู้ที่ฝึกใหม่แล้วค่อยเพิ่มวันละ 5- 10 วินาทีจนกระทั่งทำได้นาน 3 นาทีทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
  • กลับสู่ท่านอนหงาย(ศพ)

ข้อห้ามการฝึก  กำลังมีประจำเดือน ท้องร่วง  มีโรคที่กระดูกคอและหลัง  ความดันโลหิตสูง  กำลังตั้งครรภ์
 ขอบคุณ Blogspot.com-ครูขามสะแกแสง เอื้อเฟื้อภาพ
 

         ในส่วนของตำราหมอพื้นบ้านรักษาอาการไส้เลื่อนให้ใช้เปลือกของต้นสำโรง จะเป็นเปลือกต้นสำโรงสดหรือเปลือกสำโรงแห้งก็ได้ เอามาฝนกับฝาละมีหรือกระเบื้องดินเผา ผสมน้ำปูนใส จะใช้ปูนแดงหรือปูนขาวที่กินกับหมากพลูก็ได้ ฝนจนน้ำขุ่นแล้วนำไปทาที่ลูกอัณฑะ บริเวณที่บวม หรือเป็นไส้เลื่อน ทาวันละหลายๆครั้ง ก็จะทำให้ลูกอัณฑะหดตัว ประมาณ ๑ เดือน อาการก็จะดีขึ้น
        เรื่องไส้เลื่อนนี้ผมได้ปรึกษาคุณหมอคำปัน กิ้งเงิน หมอพื้นบ้านจังหวัดลำปางท่านแนะนำใหกินสมุนไพรชักมดลูก โดยเอามาต้มกิน ถ้ากินยากก็ให้บดเป็นผงใส่แค็ปซูลกินก็ได้ มีคนกินหายมาหลายรายแล้ว (หมอคำปัน) ๐๘-๔๔๘๙-๕๑๗๙

         Link     http://www.jamrat.net

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

           รูปภาพโรคไส้เลื่อน

ไส้เลื่อน

Link   http://www.jabchai.com

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
FATAL ERROR: Connection to database server failed.